Review-NEWS

วันนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับโค้ก :)
เครื่องดื่มที่ผมชอบมากที่สุด แม้จะรู้ว่าร้อยละ95มันมีโทษก็ตาม- -

และความจริงผมชอบเป๊ปซี่มากกว่า
แต่โค้กนิยมกว่า เอ๊ะ ยังไง ..ช่างมันเถอะ

โค้ก (Coke)
หรือ โคคา โคล่า (Coca Cola) คือเครื่องหมายการค้าของ
บริษัทโคคาโคล่า สำนักงานใหญ่อยู่ที่ แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในสหรัฐอเมริกา
โค้กเป็นน้ำอัดลมชนิดน้ำโคล่า ที่ได้รับความนิยมในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
โดยมีคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญคือ เป๊ปซี่ โค้กถูกคิดค้นโดยนายจอห์น เพมเบอร์ตัน (John Pemberton) ทหารในกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19

ถึงแม้ว่าโค้กจะถูกอ้างถึงในกรณีที่เป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เสียสุขภาพ
เช่น ทำให้ฟันผุ ทำให้ปวดท้อง หรือเป็นโรคอ้วน
แต่โค้กยังคงได้รับความนิยมทั่วโลกในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20

ในประเทศไทย โค้ก ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัทไทยน้ำทิพย์

โค้กรสชาติต่างๆ

* โค้ก
* ไดเอทโค้ก
* เชอรี่โค้ก
* วานิลลาโค้ก
* โค้ก ไลม์ - โค้กแต่งกลิ่นมะนาว
* โค้ก C2 - โค้กที่ลดปริมาณน้ำตาลครึ่งหนึ่ง
* โค้ก ซีโร่ - โค้กที่ใช้สารลดความหวานแทนน้ำตาล
* โค้ก แบล็ก - โค้กผสมกาแฟ
(เคยกินแต่โค้ก ไดเอทโค้ก วานิลลาโค้ก นอกนั้น..โอ๊ก น่ากลัว
ถ้าเป็นเป๊ปซี่ก็เป๊ปซี่ลาเต้ เลมอน บลู(หน้าร้อนปีก่อนๆ) และโกลด์ฮะ ในช่วงฟุตบอลโลก)


โค้กทรงลูกฟุตบอล ในฟุตบอลโลก2006
[โฮกก ทำไมไทยไม่นำเข้า หรือนำเข้าแล้วไม่เห็นหว่า]
 
ส่วนผสมของโค้ก

ส่วนผสมของโค้กถือเป็นความลับของบริษัทเช่นเดียวกับสูตรผสมของ เป๊ปซี่ เคเอฟซี และ แม็คโดนัลด์ ส่วนผสมของโค้กนั้น มีพนักงานในบริษัทโคคาโคล่าเพียงไม่กี่คนที่รู้และได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนการผสม โดยทางบริษัทใช้ชื่อส่วนผสมว่า "7X" โดยไม่ได้มีการกล่าวถึงว่า X หมายถึงอะไร และพนักงานบริษัทจะทำการผสมสูตรต่างๆ ตามหมายเลขของส่วนผสมแทนที่ชื่อของส่วนผสมเพื่อป้องกันสูตรรั่วไหล

ในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 พนักงานบริษัทโค้ก 2 คนและเพื่อนอีก 2 คน โดนจับกุมข้อหาพยายามขโมยสูตรส่วนผสมโค้กและขายให้แก่เป๊ปซี่ในราคา 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
(กร๊ากก เป๊ปซี่พยายามลอกเลียนแบบฮ้า)

เรื่องเล่าและข่าวลือเกี่ยวกับโค้ก

โค้กมีเรื่องเล่าและข่าวลือมากมายกล่าวถึงผลเสียเนื่องจากโค้ก ซึ่งข่าวลือยังมีปรากฏแม้แต่ในเว็บไซต์สภากาชาดไทย[1] เรื่องราวต่างๆ ส่วนมากจะเน้นในแนวขำขันและการนำโค้กไปใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ปริมาณกรดในโค้กมีมากเพียงพอที่จะทำลายอวัยวะภายในร่างกาย ในความเป็นจริงค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ของโค้กมีค่า 2.5 ซึ่งใกล้เคียงกับมะนาว หรือ เลมอน มีค่า pH 2.4 หรือ ส้ม มีค่า pH 3.5 หรือแม้แต่ข่าวลือว่าตำรวจสหรัฐอเมริกาใช้โค้กในการล้างเลือดบนถนนกรณีเกิดเหตุรถชน หรือแม้แต่โค้กสามารถละลายฟันในช่องปากในตอนกลางคืน หรือโค้กใช้ในการป้องกันการตั้งครรถ์โดยใช้โค้กที่มีฤทธิ์เป็นกรดเทฆ่าอสุจิ ซึ่งข่าวลือต่างๆ เป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน (ถึงแม้ว่ารายการมิธบัสเตอร์ส ได้มีการทดสอบในการใช้โค้กช่วยในการล้างเลือดที่เปลื้อนเสื้อผ้า) ข่าวลือยังมีกล่าวว่าโค้กใช้ในการขจัดคราบเกลือ บริเวณขั้วแบตเตอรีรถยนต์ให้สะอาดได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคราบเกลือสามารถกำจัดได้โดยใช้น้ำอุ่นธรรมดาเช่นเดียวกัน

โค้กยังคงมีใช้ในการกำจัดสนิม โดย กรดฟอสโฟริกในโค้กเปลี่ยนออกไซด์ของเหล็กให้เป็นฟอสเฟตซึ่งใช้ในการกำจัดสนิมเหล็กได

เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ยิน(และอาจทดลองมาแล้ว)ว่าโค้ก(&เป๊ปซี่)สามารถนำไปล้างส้วมได้- -!
โดยการเทแล้วทิ้งไว้1คืน กดชักโครกแล้วคราบต่างๆจะหายไปในพริบตา โอว..(จริงเหรอ ผมไม่เคยลองเหมือนกัน)

credit ข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org/

ps.entryคราวก่อน บรรยายความรู้สึกไม่ถูก
เอาเป็นว่า ผมรู้สึกซึ้งใจจริงๆ และขอขอบคุณสำหรับทุกความเห็น
ขอบคุณวายะซัง พี่แยม นกกี้ซัง เทมเทมซัง พี่วินวาย น้องริ เซล งอก คุระซัง โบ ฟู่ หมึกซัง พี่เบนซ์ เรนเมะซัง
และคนอื่นที่อ่านแต่อาจจะไม่ได้เมนต์ และให้กำลังใจอยู่ในใจ :)
(กร๊าก ตัวเองห่อเหี่ยวไม่สู้ แล้วไปให้กำลังใจคนอื่นว่าหลังพายุฝนยังมีรุ้งได้ไง กริ๊ว เสี่ยว)
ขอบคุณมากๆนะครับ ...♥ อาจจะสู้ไม่ได้ในตอนนี้
แต่ความพยายามยังหลงเหลือ ความหลงตัวเองก็เหลืออยู่ เอ๊ะ ไม่เกี่ยว ฮา

เศร้าซึมไม่เหมาะกับผมเลยเนอะ เลิกเตอะ :)
เดี๋ยวคนอื่นจะหนักใจไปด้วย โย่วๆ

เจอกันวันว่างฮะ >_<b